toefl

ตัวอย่าง Speaking TOEFL: คำตอบระดับ Band 5 และ Band 3 พร้อมวิเคราะห์เกณฑ์การให้คะแนน

26 สิงหาคม 256927 min readBy English Exam

Key Takeaways

  • การอ่านคำอธิบายเกณฑ์ให้คะแนนกับการเห็นเกณฑ์นั้นถูกนำไปใช้กับคำตอบจริงเป็นคนละเรื่อง บทความนี้รวมตัวอย่างคำตอบ TOEFL Speaking ระดับ Band 5 และ Band 3 สำหรับทั้ง Listen and Repeat และ Take an Interview แต่ละตัวอย่างประกอบด้วยโจทย์ คำตอบเต็ม การวิเคราะห์ตามเกณฑ์ที่อธิบายเหตุผลของคะแนน และช่องว่างเฉพาะที่แยก Band 3 ออกจาก Band 5
ตัวอย่าง Speaking TOEFL: คำตอบระดับ Band 5 และ Band 3 พร้อมวิเคราะห์เกณฑ์การให้คะแนน

ตัวอย่าง Speaking TOEFL คือวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการเข้าใจว่าเกณฑ์การให้คะแนน (rubric) ให้ความสำคัญกับอะไร เพราะคำอธิบายเกณฑ์ที่เป็นนามธรรมจะเป็นรูปธรรมขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่ามันถูกนำไปใช้กับคำตอบจริงอย่างไร พาร์ท Speaking ของ TOEFL iBT 2026 มี 2 โจทย์ ได้แก่ Listen and Repeat (7 ข้อ) และ Take an Interview (4 ข้อ) ทั้งคู่ให้คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 5 บทความนี้รวบรวมตัวอย่างคำตอบ TOEFL Speaking ระดับ Band 5 และ Band 3 สำหรับแต่ละโจทย์ พร้อมวิเคราะห์ตามเกณฑ์ว่าทำไมแต่ละคำตอบถึงได้คะแนนนั้น หากคุณรู้จักโครงสร้างคำตอบสำหรับทั้งสองโจทย์อยู่แล้ว ตัวอย่างเหล่านี้จะแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างเหล่านั้นฟังดูเป็นอย่างไรเมื่อทำได้ดีและเมื่อยังมีจุดอ่อน

สิ่งสำคัญที่ควรรู้

  • พาร์ท Speaking ของ TOEFL 2026 มี 2 โจทย์ ได้แก่ Listen and Repeat (วัดความแม่นยำในการพูดตาม) และ Take an Interview (วัดความคล่อง ความชัดเจน การใช้ภาษา และการจัดระเบียบ)
  • Band 5 ของ Listen and Repeat หมายถึงการพูดซ้ำประโยคเต็มได้อย่างชัดเจน Band 3 หมายถึงจับคำหลัก (content words) ได้เกือบหมด แต่หายไปหลายคำเชื่อม (function words) และโครงสร้างเปลี่ยนไป
  • Band 5 ของ Take an Interview หมายถึงการตอบโดยใช้ตัวอย่างเฉพาะเจาะจง จังหวะเป็นธรรมชาติ และไวยากรณ์หลากหลาย Band 3 หมายถึงตอบตรงคำถามแต่รายละเอียดน้อย หยุดบ่อย และใช้รูปประโยคซ้ำ ๆ
  • ช่องว่างระหว่าง Band 3 กับ Band 5 ไม่ค่อยเกี่ยวกับความรู้ภาษาอังกฤษ แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมการพูด ได้แก่ การหยุดระหว่างความคิดแทนที่จะหยุดกลางวลี การขยายความด้วยตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมแทนที่จะบอกเหตุผลกว้าง ๆ และการสลับความยาวประโยค

พาร์ท Speaking ของ TOEFL 2026 มีโครงสร้างอย่างไร?

พาร์ท Speaking ของ TOEFL iBT 2026 ใช้เวลาประมาณ 17 นาทีและประกอบด้วยโจทย์ 2 ประเภท โครงสร้างนี้มาแทนที่รูปแบบเดิมที่มี 4 โจทย์ (ETS)

Listen and Repeat มี 7 ข้อ คุณจะได้ยินประโยคหนึ่งผ่านหูฟังแล้วพูดซ้ำเข้าไมโครโฟน ประโยคมีความยาวตั้งแต่ 8 ถึง 20 คำ ครอบคลุมบริบทชีวิตประจำวันและวิชาการ คุณมีโอกาสเดียวต่อประโยคโดยไม่มีเวลาเตรียมตัว คะแนนรวมสูงสุดของส่วนนี้คือ 35 คะแนน

Take an Interview มี 4 ข้อ คุณจะได้ยินคำถาม มีเวลาเตรียมตัว 15 วินาที จากนั้นพูดตอบ 45 วินาที คำถามจะถามความคิดเห็น ความชอบ หรือให้เล่าประสบการณ์ส่วนตัว คะแนนรวมสูงสุดของส่วนนี้คือ 20 คะแนน

คะแนนรวมทั้งส่วนคือ 55 คะแนน ซึ่งจะถูกแปลงเป็นคะแนนแบนด์ (band score) ระหว่าง 1.0 ถึง 6.0 สำหรับสูตรการแปลงคะแนนฉบับเต็ม ดูที่คู่มือเกณฑ์การให้คะแนน TOEFL

เกณฑ์การให้คะแนน Listen and Repeat วัดอะไร?

Listen and Repeat มีเกณฑ์ให้คะแนนที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการสอบ TOEFL ทั้งหมด เกณฑ์วัด 2 อย่าง ได้แก่ ความแม่นยำ (accuracy, คำที่พูดตรงกับประโยคต้นฉบับมากแค่ไหน) และความชัดเจน (intelligibility, ออกเสียงได้ชัดแค่ไหน)

Bandความหมาย
5พูดซ้ำได้ตรงหรือเกือบตรงทั้งหมด คำหลักและคำเชื่อมครบ ฟังเข้าใจชัดเจน
4เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ไม่กระทบความหมาย เช่น ตก article หนึ่งตัวหรือสลับตำแหน่งคำ
3คำหลักส่วนใหญ่มีครบ แต่คำเชื่อมหลายตัวหายไปหรือเปลี่ยน บางจุดฟังไม่ชัด
2ขาดหายไปส่วนใหญ่ ความหมายเป็นชิ้นส่วน
1จับได้เพียงไม่กี่คำ

ไม่มีการตัดสินเชิงอัตนัย (subjective judgement) เรื่องเนื้อหาหรือการจัดระเบียบ หากคุณจำประโยคเต็มได้ในหน่วยความจำระยะสั้น (working memory) แล้วพูดออกมาชัดเจน คุณจะได้ 5 คะแนน

ลองทำโจทย์ Listen and Repeat ฟรี →

คำตอบ Listen and Repeat ระดับ Band 5 ฟังดูเป็นอย่างไร?

โจทย์ (ได้ยินผ่านหูฟัง): "The research team published their findings in a peer-reviewed journal last September."

คำตอบระดับ Band 5: "The research team published their findings in a peer-reviewed journal last September."

วิเคราะห์ตามเกณฑ์: ทุกคำตรงกับต้นฉบับ "Peer-reviewed" ออกเสียงโดยลงน้ำหนักที่พยางค์แรกของ "peer" อย่างถูกต้อง และเชื่อมเสียงระหว่างสองส่วนของคำประสมได้ชัดเจน "Published" ยังคงเสียงลงท้ายของกาลอดีตอย่างชัดเจน "Their" ไม่ถูกเปลี่ยนเป็น "the" หรือ "there" คำตอบฟังเข้าใจได้ทั้งหมดพร้อมจังหวะประโยคที่เป็นธรรมชาติ

ปัจจัยสำคัญในการให้คะแนนคือความครบถ้วน ผู้พูดไม่ได้ตัด article "a" หน้า "peer-reviewed journal" ไม่ได้แทน "their" ด้วย "the" และไม่ได้ตัดส่วนท้าย "last September" ออก คำเชื่อมเล็ก ๆ เหล่านี้คือจุดที่ผู้พูดระดับ Band 3 มักเสียคะแนน

คำตอบ Listen and Repeat ระดับ Band 3 ฟังดูเป็นอย่างไร?

โจทย์ (เหมือนข้างบน): "The research team published their findings in a peer-reviewed journal last September."

คำตอบระดับ Band 3: "The research team publish finding in peer-review journal last September."

วิเคราะห์ตามเกณฑ์: คำหลักส่วนใหญ่ยังอยู่ ได้แก่ "research team," "publish," "finding," "journal," "September" แต่มี 5 ข้อผิดพลาดที่ดึงคะแนนลง

ข้อแรก "published" กลายเป็น "publish" โดยตัดเครื่องหมายกาลอดีต (past tense marker) ออก ข้อที่สอง "their" หายไปทั้งหมด ข้อที่สาม "findings" สูญเสียรูปพหูพจน์ ข้อที่สี่ "a" หน้า "peer-reviewed" หายไป ข้อที่ห้า "peer-reviewed" กลายเป็น "peer-review" โดยสูญเสียรูปกริยาช่อง 3 (past participle)

แต่ละข้อผิดพลาดเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อดูแยก แต่เมื่อรวมกันจะทำให้คำตอบมีโครงสร้างที่เปลี่ยนไปจากประโยคต้นฉบับอย่างเห็นได้ชัด ความหมายยังจับได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ได้ 3 แทนที่จะเป็น 2 แต่คำเชื่อมที่หายไปและการเปลี่ยนแปลงทางไวยากรณ์สะสมทำให้ตกต่ำกว่า 4 อย่างแน่นอน

ต้องทำอย่างไรถึงจะขยับขึ้นเป็น Band 5: รักษาเสียงลงท้ายของกาลอดีตไว้ เก็บ article และคำแสดงความเป็นเจ้าของ (possessive) ให้ครบ และพูดคำคุณศัพท์ประสม (compound adjective) ให้ครบถ้วน ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องของความจำและความใส่ใจ ไม่ใช่เรื่องของคำศัพท์ ผู้พูดรู้จักทุกคำอย่างชัดเจนแต่สูญเสียชิ้นส่วนไวยากรณ์เล็ก ๆ ภายใต้แรงกดดันเรื่องเวลา

เกณฑ์การให้คะแนน Take an Interview วัดอะไร?

Take an Interview ประเมิน 4 มิติ แต่ละมิติให้คะแนน 0-5 คะแนนของข้อคือค่าเฉลี่ยของทั้ง 4 มิติ (ETS)

มิติสิ่งที่วัด
ความคล่อง (Fluency)จังหวะเป็นธรรมชาติ หยุดพักเหมาะสม คำอุทานน้อย
ความชัดเจน (Intelligibility)ออกเสียงชัด ลงเสียงหนักถูกพยางค์ ทำนองเสียงเป็นธรรมชาติ
การใช้ภาษา (Language use)ไวยากรณ์และคำศัพท์หลากหลายและถูกต้อง
การจัดระเบียบ (Organisation)โครงสร้างมีตรรกะ พัฒนาหัวข้อชัดเจน เนื้อหาเชื่อมโยงกัน

ความแตกต่างที่วัดได้ชัดที่สุดระหว่าง Band 3 กับ Band 5 คือจังหวะและการหยุดพัก ผู้พูดระดับ Band 3 หยุดยาวกลางวลีและใช้คำอุทาน (filler words) บ่อย ทำให้จังหวะขาดเป็นช่วง ผู้พูดระดับ Band 5 หยุดพักตามธรรมชาติระหว่างความคิด ไม่ใช่ตรงกลางอนุประโยค

ลองทำโจทย์ Take an Interview ฟรี →

คำตอบ Interview ระดับ Band 5 ฟังดูเป็นอย่างไร?

โจทย์: "Some people prefer to study alone, while others prefer to study in groups. Which do you prefer, and why?"

คำตอบระดับ Band 5 (ถอดคำ):

"I strongly prefer studying alone, and the main reason is concentration. When I study by myself, I can control the environment completely. I turn off my phone, close the door, and focus on one subject for two or three hours without interruption. Last semester, I prepared for my biology final this way. I reviewed the textbook chapters, made my own summary notes, and tested myself with practice questions. I scored 94 on that exam, which was my highest grade in the course.

Group study works for some people, but in my experience it leads to socialising more than actual studying. The last time I joined a study group, we spent the first forty minutes discussing a TV show before anyone opened a textbook. I think individual study is more efficient when you have clear material to cover and a deadline to meet."

วิเคราะห์ตามเกณฑ์แต่ละมิติ:

ความคล่อง (5): ผู้พูดรักษาจังหวะการสนทนาที่เป็นธรรมชาติตลอด การหยุดพักเกิดขึ้นระหว่างประโยคและระหว่างความคิดหลัก ไม่ใช่กลางวลี ไม่มีคำอุทานอย่าง "um," "uh," หรือ "you know" จังหวะฟังเหมือนการพูดตามธรรมชาติ ไม่ใช่การท่องจำ

ความชัดเจน (5): ทุกคำออกเสียงชัดเจน ลงเสียงหนักถูกพยางค์ในคำหลายพยางค์ เช่น "concentration," "environment," "interruption," และ "efficient" ทำนองเสียงในประโยคขึ้นตามธรรมชาติเมื่อเป็นรายการ ("reviewed... made... tested") และลงที่ท้ายประโยคบอกเล่า

การใช้ภาษา (5): ไวยากรณ์หลากหลายและถูกต้อง คำตอบประกอบด้วยประโยคความเดียว ("I scored 94") ประโยคความรวม ("Group study works for some people, but in my experience...") และประโยคความซ้อนที่มีอนุประโยค ("When I study by myself, I can control...") คำศัพท์ตรงประเด็น ใช้ "interruption," "scored," "efficient" แทนคำกว้าง ๆ อย่าง "problem," "got," "good"

การจัดระเบียบ (5): คำตอบมีโครงสร้างชัดเจน เริ่มด้วยระบุความชอบ ให้เหตุผลหลัก สนับสนุนด้วยตัวอย่างที่เจาะจง (สอบปลายภาคชีววิทยา) ยอมรับทางเลือกอื่น อธิบายว่าทำไมไม่ได้ผล (พร้อมตัวอย่างที่เจาะจงอีกตัวอย่างหนึ่ง) และจบด้วยประโยคสรุป แต่ละความคิดเชื่อมโยงกับความคิดถัดไปอย่างมีตรรกะ

คำตอบ Interview ระดับ Band 3 ฟังดูเป็นอย่างไร?

โจทย์ (เหมือนข้างบน): "Some people prefer to study alone, while others prefer to study in groups. Which do you prefer, and why?"

คำตอบระดับ Band 3 (ถอดคำ):

"I prefer to study alone because... um... it is more better for me. When I study alone I can... I can focus more. Studying in group is... is sometimes noisy and I cannot concentrate. Um... also when I study alone I can study at my own speed. I don't need to wait for other people. So... yeah, I think studying alone is better because you can focus and... and it is more comfortable for me."

วิเคราะห์ตามเกณฑ์แต่ละมิติ:

ความคล่อง (3): ผู้พูดหยุดบ่อยและหยุดในจุดที่ไม่เป็นธรรมชาติ เช่น "because... um... it is" และ "I can... I can focus" การหยุดกลางอนุประโยคแบบนี้ทำลายจังหวะของประโยค คำอุทาน ("um," "so," "yeah") ปรากฏ 5 ครั้งในคำตอบสั้น ๆ ความเร็วโดยรวมช้ากว่าการสนทนาปกติอย่างเห็นได้ชัด

ความชัดเจน (3-4): การออกเสียงโดยทั่วไปชัดเจน แต่ทำนองเสียงแบนราบ ประโยคบอกเล่าและรายการถูกพูดด้วยระดับเสียงเดียวกัน ทำให้ผู้ฟังตามโครงสร้างของข้อโต้แย้งได้ยากขึ้น

การใช้ภาษา (3): ไวยากรณ์มีข้อผิดพลาดที่เห็นได้ชัด "more better" เป็นการใช้ขั้นกว่าซ้ำ (double comparative) และ "studying in group" ขาด article คำศัพท์จำกัดและซ้ำ ๆ โดย "focus" ปรากฏ 2 ครั้ง "study/studying" ปรากฏ 6 ครั้ง และ "better" ปรากฏ 2 ครั้ง ไม่มีประโยคความรวมหรือความซ้อน ทุกอนุประโยคเป็นรูปแบบประธาน-กริยา-กรรมเหมือนกันหมด

การจัดระเบียบ (3): ระบุความชอบแล้วและให้เหตุผล 2 ข้อ (สมาธิและจังหวะของตัวเอง) แต่ไม่มีเหตุผลใดที่ถูกขยายด้วยตัวอย่างเจาะจง "I can focus more" ถูกกล่าวอ้างแต่ไม่เคยยกตัวอย่างประกอบ คำตอบยังขาดบทสรุปที่ชัดเจน "so... yeah, I think studying alone is better" เป็นแค่การพูดซ้ำจุดเริ่มต้นโดยไม่เพิ่มเนื้อหาใหม่

อะไรทำให้ Band 3 ต่างจาก Band 5 ในพาร์ท Interview?

ความแตกต่างระหว่างตัวอย่างคำตอบ TOEFL Speaking ทั้งสองข้างต้นไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถทางภาษาอังกฤษในภาพรวม ผู้พูดระดับ Band 3 สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจน ช่องว่างมาจากพฤติกรรม 4 ประการ

ตัวอย่างเจาะจงกับการกล่าวอ้างกว้าง ๆ ผู้พูด Band 5 บอกว่า "I scored 94 on my biology final" ผู้พูด Band 3 บอกว่า "I can focus more" อย่างแรกตรวจสอบได้และน่าจดจำ อย่างหลังเป็นการกล่าวอ้างที่ผู้สอบทุกคนพูดเหมือนกัน เกณฑ์ให้คะแนนให้ความสำคัญกับการขยายความ หมายความว่าต้องสนับสนุนจุดยืนด้วยรายละเอียดที่เป็นรูปธรรม

หยุดระหว่างความคิดกับหยุดกลางวลี ผู้พูด Band 5 หยุดหลังจากพูดประโยคจบและก่อนเริ่มความคิดถัดไป ผู้พูด Band 3 หยุดกลางอนุประโยค เช่น "because... um... it is" การหยุดกลางวลีส่งสัญญาณให้ผู้ประเมินเห็นว่าผู้พูดกำลังค้นหาคำหรือหลุดประเด็น ซึ่งลดคะแนนความคล่องโดยตรง

โครงสร้างประโยคหลากหลายกับรูปแบบซ้ำ ๆ คำตอบ Band 5 มีทั้งประโยคความเดียว ความรวม และความซ้อน คำตอบ Band 3 ใช้รูปแบบประธาน-กริยาเหมือนกันทุกอนุประโยค ความหลากหลายทางไวยากรณ์เป็นเกณฑ์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในหมวด "การใช้ภาษา"

คำศัพท์ที่แม่นยำกับคำศัพท์กว้าง ๆ ผู้พูด Band 5 ใช้ "concentration," "interruption," "efficient" ผู้พูด Band 3 ใช้ซ้ำ "focus," "better," "study" เกณฑ์ไม่ได้ให้รางวัลคำศัพท์ยากเพียงเพราะยาก แต่ให้รางวัลกับการเลือกคำที่แม่นยำซึ่งสื่อความหมายเฉพาะเจาะจง

จะยกระดับจาก Band 3 ไปสู่ Band 5 ได้อย่างไร?

พฤติกรรมทั้ง 4 ข้อข้างต้นฝึกฝนได้ทั้งหมด ต่อไปนี้คือวิธีฝึกแต่ละข้อ

จะสร้างนิสัยการใช้ตัวอย่างเจาะจงได้อย่างไร?

ก่อนพูด ใช้เวลาเตรียมตัว 15 วินาทีคิดถึงตัวอย่างจริงจากชีวิตของคุณ จดคำสำคัญ 2-3 คำ (ไม่ใช่ประโยคเต็ม) เพื่อเป็นจุดยึดความจำ เมื่อพูด ใช้เวลาอย่างน้อย 15 วินาทีจาก 45 วินาทีกับตัวอย่างนั้นตัวอย่างเดียว ตัวอย่างที่มีรายละเอียดหนึ่งตัวอย่างมีค่ามากกว่าเหตุผลกว้าง ๆ สามข้อ

จะแก้ปัญหาการหยุดกลางวลีได้อย่างไร?

อัดเสียงตัวเองขณะตอบโจทย์ฝึกซ้อม เปิดฟังซ้ำแล้วจุดที่หยุดพักทุกจุด หากหยุดเกิดขึ้นกลางอนุประโยค (ระหว่างประธานกับกริยา หรือระหว่างกริยากับกรรม) แสดงว่าคุณกำลังหยุดกลางวลี ฝึกพูดให้จบอนุประโยคทั้งหมดก่อนหยุด พูดความคิดทั้งหมดจบ แล้วหยุด แล้วเริ่มความคิดถัดไป นี่คือปัญหาเรื่องจังหวะ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องความรู้

จะเพิ่มความหลากหลายของประโยคได้อย่างไร?

เรียนรู้รูปแบบคำเชื่อม (connector) 3 แบบแล้วสลับใช้ ได้แก่ "When I..." (อนุประโยคตามมาก่อน), "I... because..." (ให้เหตุผลหลังประโยคหลัก) และ "Although... I still..." (สัมปทาน, concession) การใช้ทั้ง 3 แบบในคำตอบเดียวจะสร้างความหลากหลายทางไวยากรณ์โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องพยายามนึกระหว่างสอบ

จะขยายขอบเขตคำศัพท์ได้อย่างไร?

จดคำทดแทนที่แม่นยำสำหรับคำที่คุณใช้บ่อย หากคุณใช้ "good" ตลอด ให้เรียนรู้ "efficient," "productive," "rewarding" แล้วฝึกใช้แต่ละคำในประโยคที่พูดจริง เป้าหมายไม่ใช่การท่องจำคำหายาก แต่คือมีทางเลือก 2-3 คำสำหรับคำคุณศัพท์และกริยาที่คุณใช้บ่อยที่สุด

สำหรับตารางฝึกพูดรายวันและรายสัปดาห์แบบมีโครงสร้าง ดูที่คู่มือฝึก TOEFL Speaking

ลองทำโจทย์ Listen and Repeat ฟรี →

ลองทำโจทย์ Take an Interview ฟรี →

คำถามที่พบบ่อย

พาร์ท Speaking ของ TOEFL 2026 มีกี่โจทย์?

มี 2 โจทย์ ได้แก่ Listen and Repeat (7 ข้อ) และ Take an Interview (4 ข้อ) รูปแบบเดิมมี 4 โจทย์แบบบูรณาการและอิสระ แต่ ETS เปลี่ยนเป็นโครงสร้างนี้สำหรับการสอบปี 2026 (ETS)

จดบันทึกระหว่างพาร์ท Speaking ได้ไหม?

ใช้กระดาษทดได้ระหว่าง Take an Interview เพื่อจดคำสำคัญในช่วงเตรียมตัว 15 วินาที ส่วน Listen and Repeat ไม่มีเวลาเตรียมตัว จึงไม่สามารถจดบันทึกได้จริง

สำเนียงมีผลต่อคะแนน Speaking ไหม?

ไม่มีผล เกณฑ์ประเมินความชัดเจนในการฟัง ไม่ใช่สำเนียง ผู้พูดที่มีสำเนียงใดก็สามารถได้ Band 5 ได้ ตราบใดที่ทุกคำฟังเข้าใจชัดเจน การลดสำเนียงไม่ใช่กลยุทธ์เตรียมสอบ TOEFL ที่มีประโยชน์

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพูดไม่ทันในข้อ Interview?

การบันทึกจะหยุดอัตโนมัติเมื่อครบ 45 วินาที คำตอบที่ไม่จบจะถูกให้คะแนนตามสิ่งที่บันทึกได้ คำตอบที่ครอบคลุมประเด็นเดียวอย่างละเอียดภายใน 40 วินาทีจะได้คะแนนสูงกว่าคำตอบที่ลิสต์ 4 ประเด็นแต่ไม่ได้ขยายความแล้วถูกตัด

พาร์ท Speaking ให้คะแนนโดย AI หรือผู้ประเมินจริง?

ทั้งคู่ ETS ใช้ระบบให้คะแนนอัตโนมัติควบคู่กับผู้ประเมินจริง AI ประเมินตามเกณฑ์เดียวกัน ได้แก่ การออกเสียง ความคล่อง จังหวะ ความหลากหลายของไวยากรณ์ และความถูกต้องของเนื้อหา การเตรียมตัวตามคำอธิบายเกณฑ์ให้คะแนนเป็นกลยุทธ์ที่ตรงจุดที่สุด เพราะคำอธิบายเหล่านั้นคือสิ่งที่ทั้ง AI และผู้ประเมินจริงใช้ให้คะแนน สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับระบบการให้คะแนน ดูที่คู่มือเกณฑ์การให้คะแนน TOEFL

Ready to Put This Knowledge Into Practice?

Reading about the TOEFL iBT 2026 is a great start — but the best way to improve your score is deliberate practice with real feedback. English Exam gives you everything you need to prepare effectively:

AI-Powered Scoring

Get instant, detailed feedback on your Speaking and Writing responses — scored by AI against official rubrics.

All 12 Question Types

Practice every Reading, Listening, Writing, and Speaking question type you'll face on exam day.

Real Exam Simulation

Take full-length mock tests with real timing, adaptive modules, and authentic question flow.

Progress Tracking

Monitor your accuracy across all question types. See exactly where to focus your study time.

Start Practicing Free5 free questions per type · No credit card required

Related Articles

บทอ่าน TOEFL อธิบายครบ: ประเภทข้อสอบ หัวข้อที่ออก และวิธีอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ
31 สิงหาคม 2569·33 min read

บทอ่าน TOEFL อธิบายครบ: ประเภทข้อสอบ หัวข้อที่ออก และวิธีอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ

TOEFL iBT 2026 ในส่วน Reading มีบทอ่าน 3 ประเภท ได้แก่ Complete the Words (เติมตัวอักษรที่หายไปในข้อความวิชาการสั้น), Read in Daily Life (ข้อความที่ใช้ในชีวิตประจำวัน) และ Read an Academic Passage (บทความวิชาการยาว 400-500 คำ พร้อมคำถามปรนัย 5 ข้อ) แต่ละประเภทมีโครงสร้างและทักษะการอ่านที่แตกต่างกัน คู่มือนี้อธิบายรูปแบบของบทอ่านแต่ละประเภท หัวข้อวิชาการที่ออกบ่อย การจัดโครงสร้างย่อหน้า และวิธีอ่านอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียความเข้าใจ

Read more
เตรียมสอบ TOEFL: แผนเตรียมตัวตามระดับสำหรับผู้เริ่มต้น ระดับกลาง และระดับสูง
30 สิงหาคม 2569·35 min read

เตรียมสอบ TOEFL: แผนเตรียมตัวตามระดับสำหรับผู้เริ่มต้น ระดับกลาง และระดับสูง

การเตรียมสอบ TOEFL ที่ได้ผลขึ้นอยู่กับระดับปัจจุบันของผู้สอบ คู่มือนี้แบ่งแผนเตรียมตัวออกเป็นสามระดับ ได้แก่ ผู้เริ่มต้นที่ได้คะแนน 0-60, ระดับกลางที่ได้ 60-80 และระดับสูงที่ตั้งเป้า 80-100+ แต่ละแผนประกอบด้วยตารางเรียนรายสัปดาห์ กลยุทธ์เฉพาะส่วน แหล่งเรียนรู้ที่แนะนำ และข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง ข้อสอบ TOEFL iBT 2026 ใช้ระบบโมดูลปรับระดับ (Adaptive Module) และเกณฑ์คะแนนแบบ 1-6 Band ดังนั้นกลยุทธ์การเตรียมตัวต้องสอดคล้องกับทั้งระดับเริ่มต้นและโครงสร้างข้อสอบปัจจุบัน

Read more
ข้อสอบ TOEFL ฝึกทำ 2026: วิธีฝึกซ้อมคำถามทั้ง 12 ประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ
29 สิงหาคม 2569·37 min read

ข้อสอบ TOEFL ฝึกทำ 2026: วิธีฝึกซ้อมคำถามทั้ง 12 ประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ

TOEFL iBT 2026 มีคำถาม 12 ประเภท แต่ละประเภทต้องใช้วิธีฝึกซ้อมที่แตกต่างกัน คำแนะนำทั่วไปเรื่องการเตรียมสอบทำให้เสียเวลาเปล่า บทความนี้แจกแจงแบบฝึกหัดเฉพาะทางสำหรับทุกประเภทคำถามในส่วน Reading, Listening, Writing และ Speaking รวมถึงตารางฝึกซ้อมรายสัปดาห์ และอธิบายว่าระบบคะแนนแบบปรับระดับ (Adaptive Scoring) ส่งผลต่อกลยุทธ์การเตรียมตัวอย่างไร

Read more