toefl

TOEFL IELTS ปี 2026: เทียบคะแนน ความยาก และควรสอบตัวไหน

2 สิงหาคม 256931 min readBy English Exam

Key Takeaways

  • บทความเทียบ TOEFL กับ IELTS ส่วนใหญ่บนอินเทอร์เน็ตยังใช้สเกล 0-120 ที่เลิกใช้แล้ว คู่มือนี้ใช้ตารางเทียบอย่างเป็นทางการของ ETS ที่แปลง band ของ IELTS เป็นสเกล 1-6 ใหม่ เปรียบเทียบความยาก อัตราการยอมรับ ค่าสอบ และอายุคะแนนแบบเทียบกัน คุณจะรู้ว่าข้อสอบไหนเหมาะกับมหาวิทยาลัยเป้าหมายและสไตล์การเรียนของคุณ
TOEFL IELTS ปี 2026: เทียบคะแนน ความยาก และควรสอบตัวไหน

ถ้าปีนี้คุณกำลังชั่งใจระหว่าง TOEFL (Test of English as a Foreign Language การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่) กับ IELTS (International English Language Testing System ระบบทดสอบภาษาอังกฤษนานาชาติ) ตารางเปรียบเทียบที่หาเจอส่วนใหญ่ล้าสมัยไปแล้ว TOEFL iBT (internet-Based Test รูปแบบที่สอบผ่านอินเทอร์เน็ต) เปลี่ยนมาใช้สเกลแบบ band (ช่วงระดับคะแนน) 1-6 ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2026 แต่บทความ "เทียบคะแนน TOEFL vs IELTS" เกือบทุกหน้าที่ยังเผยแพร่อยู่ก็ยังแปลง band ของ IELTS กลับไปเป็นสเกล 0-120 ที่เลิกใช้แล้ว ทั้งที่ ETS ออกตารางเทียบ band ของ IELTS กับสเกลใหม่มาให้เรียบร้อย บทความนี้จึงเริ่มจากตารางนั้น แล้วไล่ตอบคำถามที่ตัดสินการเลือกจริง ๆ ว่าข้อสอบไหนง่ายกว่าสำหรับคนแบบคุณ ที่ไหนรับตัวไหน ค่าสอบเท่าไหร่ และผลสอบใช้ได้นานแค่ไหน

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ETS (Educational Testing Service หน่วยงานผู้จัดสอบ TOEFL) ออกตารางเทียบ IELTS กับ TOEFL สำหรับสเกลใหม่แล้ว โดย IELTS 7.0 ตรงกับ TOEFL band 5, IELTS 6.5 ตรงกับ band 4.5 และ IELTS 6.0 ตรงกับ band 4 (ETS)
  • เวลาทำข้อสอบของ TOEFL iBT ตอนนี้อยู่ที่ราว 90 นาที ส่วน IELTS ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที (ETS, IELTS)
  • TOEFL ได้รับการยอมรับจาก สถาบันกว่า 13,000 แห่งใน 160 กว่าประเทศ ส่วน IELTS ระบุว่ามีเครือข่ายองค์กรที่รับผลสอบ มากกว่า 12,500 แห่ง และผ่านการยอมรับจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองรายใหญ่ครบทั้งสี่ประเทศ (ETS, IELTS)
  • ถ้าเป้าหมายคือ การขอวีซ่าสหราชอาณาจักร TOEFL iBT ไม่อยู่ในรายชื่อ Secure English Language Test (การสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับการรับรองให้ใช้ยื่นวีซ่า) แต่ IELTS for UKVI (UK Visas and Immigration หน่วยงานวีซ่าและตรวจคนเข้าเมืองของสหราชอาณาจักร) อยู่ในรายชื่อ
  • ใบรายงานผลจะแสดงทั้ง band 1-6 ระดับ CEFR (Common European Framework of Reference กรอบอ้างอิงความสามารถทางภาษาของยุโรป) และคะแนนเทียบเคียงแบบ 0-120 เป็นเวลาสองปีนับจากวันที่ 21 มกราคม 2026 จากนั้นจะเหลือแค่ band (ETS)

ทำไมบทความเทียบ TOEFL vs IELTS ส่วนใหญ่จึงใช้ไม่ได้แล้ว

การปรับโฉมปี 2026 ทำให้จุดอ้างอิงที่บทความเก่าทุกชิ้นยึดไว้พังลง ETS ยกเลิกคะแนนรวม 0-120 แล้วเปลี่ยนมาใช้สเกล band 1-6 พร้อมกันนั้นก็ปรับพาร์ต Reading (การอ่าน) และ Listening (การฟัง) ให้เป็นแบบ adaptive (ปรับระดับความยากตามความสามารถของผู้สอบ) และตัดโจทย์แบบ integrated (โจทย์ที่ผสมหลายทักษะเข้าด้วยกันในข้อเดียว) ออกทั้งหมด หน้าเว็บที่เขียนไว้เมื่อปี 2022 ซึ่งบอกว่า "IELTS 7.0 เท่ากับ TOEFL 94-101" อธิบายข้อสอบชุดเดิมได้ถูกต้อง เพียงแต่สเกลที่มันอ้างถึงไม่ใช่คะแนนหลักที่ผู้สอบยุคนี้ได้รับอีกต่อไป

จากตรงนี้มีสองข้อที่ตามมา ข้อแรก บทความไหนเทียบสองข้อสอบโดยไม่เอ่ยถึงเดือนมกราคม 2026 เลย ให้ถือว่าทุกอย่างในนั้นเป็นข้อมูลก่อนปรับโฉม ข้อสอง ต้องระวังบทสรุปที่ AI สร้างขึ้นในหัวข้อนี้ บางแห่งเขียนว่า TOEFL ให้คะแนนแบบ "1-6 หรือ 0-120 ขึ้นอยู่กับเวอร์ชันที่คุณสอบ" ซึ่งไม่ถูกต้อง ความจริงคือมีข้อสอบเดียวและสเกลเดียว ตัวเลข 0-120 โผล่บนใบรายงานผลเพียงเพื่อช่วยเทียบเคียงในช่วงเปลี่ยนผ่านสองปี แล้วจะหายไปเมื่อช่วงเวลานั้นสิ้นสุดลง

อยากเห็นภาพรวมทั้งหมดว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้างในตัวข้อสอบ อ่านต่อได้ที่ คู่มือ TOEFL iBT 2026 ฉบับสมบูรณ์ ของเรา

ภาพรวม TOEFL vs IELTS แบบย่อ

TOEFL iBT (2026)IELTS Academic (ฉบับสำหรับสมัครเรียนต่อ)
เวลาสอบราว 90 นาที เผื่อเวลาทั้งหมดไว้ราว 2 ชั่วโมง2 ชั่วโมง 45 นาที
สเกลคะแนน1.0-6.0 ขยับทีละครึ่ง band เฉลี่ยจากสี่พาร์ต0-9 ขยับทีละครึ่ง band เฉลี่ยจากสี่พาร์ต
Readingราว 30 นาที ราว 50 ข้อ เป็นแบบ adaptive60 นาที 40 ข้อ
Listeningราว 29 นาที ราว 47 ข้อ เป็นแบบ adaptive30 นาที 40 ข้อ
Writing (การเขียน)ราว 23 นาที 12 ข้อ60 นาที 2 ชิ้นงาน
Speaking (การพูด)ราว 8 นาที 11 ข้อ บันทึกเสียง11-14 นาที คุยสดกับกรรมการสอบ
ช่วงเวลาสอบ Speakingอยู่ในรอบสอบเดียวกันวันเดียวกัน หรือห่างจากพาร์ตอื่นได้ถึง 7 วัน
โจทย์แบบ integratedไม่มีแล้วตั้งแต่ปี 2026ไม่มี แต่ละชิ้นงานเป็นอิสระต่อกัน
สอบซ่อมเฉพาะพาร์ตไม่มีมี ในชื่อ One Skill Retake (การสอบซ่อมเฉพาะบางทักษะ) เฉพาะแบบสอบผ่านคอมพิวเตอร์
ผลสอบเร็วสุดราว 3 วัน3-5 วัน สำหรับแบบคอมพิวเตอร์

เวลาและจำนวนข้อของแต่ละพาร์ตใน TOEFL มาจาก ETS ซึ่งกำกับไว้ด้วยว่า "เวลาสอบและจำนวนข้ออาจแตกต่างกันไป" เพราะ Reading และ Listening ปรับระดับตามผลการทำข้อสอบของแต่ละคน (ETS)

ความต่างที่ส่งผลจริงมากที่สุดคือระยะเวลา TOEFL จบได้ในการนั่งสอบรอบเดียว 90 นาที ส่วน IELTS กินเวลาเกือบสามชั่วโมง ใครที่คุมสมาธิในการนั่งสอบยาว ๆ ได้ไม่ค่อยดี ความต่างข้อนี้สำคัญกว่าการเทียบเนื้อหาใด ๆ

เทียบคะแนน TOEFL vs IELTS จากตารางทางการปี 2026

ETS เผยแพร่ตารางเทียบคะแนนสำหรับการสอบตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2026 เป็นต้นไป นี่คือตารางที่ควรใช้ และแทบไม่มีบทความเปรียบเทียบไหนหยิบไปใช้เลย

band ของ IELTSคะแนนรวม TOEFL (1-6)
9.06
8.56
8.06
7.55.5
7.05
6.54.5
6.04
5.53.5
5.02.5
4.52
4.01.5

แหล่งข้อมูล: ETS, Compare TOEFL iBT Scores สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2026 ETS สร้างการเทียบนี้จาก concordance study (งานวิจัยเทียบคะแนนระหว่างข้อสอบสองชุด) กับ TOEFL iBT รุ่นก่อน ร่วมกับงานวิจัยแบบ vertical linking (การเชื่อมโยงสเกลคะแนนเก่ากับใหม่เข้าด้วยกัน) พร้อมเตือนไว้ว่าตารางเปรียบเทียบ "ไม่สามารถทำนายคะแนนที่ผู้สอบแต่ละคนจะได้รับจากข้อสอบภาษาสองชุดที่ต่างกัน"

ให้อ่านตารางในทิศทางที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ สมมติมหาวิทยาลัยระบุเกณฑ์ IELTS ไว้แต่ยังไม่ได้อัปเดตเกณฑ์ TOEFL ตารางนี้จะบอกว่า band ไหนถือว่าถึงมาตรฐานเดียวกัน เกณฑ์ IELTS 6.5 ตรงกับ TOEFL band 4.5 ส่วนเกณฑ์ IELTS 7.0 ตรงกับ band 5

แปลงเกณฑ์ TOEFL แบบเก่าให้เป็นสเกลใหม่

หลักสูตรจำนวนไม่น้อยยังประกาศเกณฑ์เป็นสเกล 0-120 อยู่ ETS เทียบไว้ให้ตรง ๆ แล้ว

คะแนนรวม TOEFL แบบเก่าband ใหม่CEFR
114+6C2
107+5.5C1
95+5C1
86+4.5B2
72+4B2
58+3.5B1
44+3B1

แหล่งข้อมูล: ETS, TOEFL iBT Score Scale Update สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2026 ETS ระบุว่า band score (คะแนนระดับ) เท่ากับ 5 "น่าจะใช้ได้ดีกับสถาบันที่เคยกำหนดคะแนนรวมไว้ที่ 100" โดย 90 ตรงกับ 4.5 และ 80 ตรงกับ 4

มีผลพลอยได้อีกข้อที่ควรรู้ เพราะมันเปลี่ยนราคาของการพลาดแบบเฉียดฉิว สเกลเดิมมีคะแนนรวมที่เป็นไปได้ถึง 121 ค่า สเกลใหม่มีแค่ 11 band ห่างกันสามคะแนนบนสเกลเดิม เจ้าหน้าที่รับสมัครแทบมองไม่ออก แต่ห่างกันครึ่ง band นั้นเห็นชัดทันที ตอนนี้การปัดคะแนนกลายเป็นด่านที่คั่นระหว่างคุณกับเกณฑ์ ฉะนั้นควรตั้งเป้าให้เกินเกณฑ์ไว้ ไม่ใช่เล็งให้พอดีเป๊ะ

IELTS กับ TOEFL อันไหนยากกว่ากัน

ไม่มีข้อสอบไหนง่ายกว่ากันโดยตัวมันเอง คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือการปรับโฉมปี 2026 เปลี่ยนไปว่าข้อสอบแต่ละตัวเข้าทางผู้สอบแบบไหน ความเชื่อเดิมที่ว่า IELTS ง่ายกว่าจึงเชื่อถือไม่ได้อีกแล้ว

TOEFL เหมาะกับคุณมากกว่า ถ้า คุณพิมพ์เร็วกว่าเขียนด้วยมือ คุณพูดใส่หน้าจอได้อย่างสบายใจ คุณหลุดสมาธิเมื่อต้องนั่งสอบนาน ๆ หรือคุณกลัวโจทย์แบบ integrated ชุดเดิมที่บังคับให้อ่านบทความ ฟังเลกเชอร์ แล้วเอาทั้งสองอย่างมาเรียบเรียงรวมกัน โจทย์แบบนั้นหายไปแล้ว อีกอย่างคือตอนนี้ TOEFL ดึงเนื้อหาจากชีวิตประจำวันมาใช้ด้วย ไม่ได้มีแต่บทความวิชาการ คนที่ภาษาอังกฤษเชิงใช้งานจริงแข็งแรงจึงเสียเปรียบน้อยลงกว่าเดิม

IELTS เหมาะกับคุณมากกว่า ถ้า คุณพูดกับคนได้ลื่นกว่าพูดใส่ไมโครโฟน คุณอยากได้ตัวเลือกสอบแบบกระดาษ หรือคุณอยากมีสิทธิ์ซ่อมพาร์ตที่อ่อนโดยไม่ต้องสอบใหม่ทั้งชุด One Skill Retake เป็นข้อได้เปรียบที่จับต้องได้ เงื่อนไขมีอยู่ว่า ใช้ได้เฉพาะ IELTS แบบสอบผ่านคอมพิวเตอร์ ต้องจองและสอบภายใน 60 วันนับจากการสอบครั้งแรก ใช้สิทธิ์ได้ครั้งเดียวต่อการสอบเต็มชุดหนึ่งครั้ง และรู้ผลภายใน 3 ถึง 5 วัน (IELTS สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2026)

ยังมีความต่างเชิงโครงสร้างอีกสองข้อที่คนมักให้น้ำหนักน้อยเกินไป ข้อแรก Reading และ Listening ของ TOEFL เป็นแบบ adaptive โมดูลแรกจึงกำหนดความยากของโมดูลถัดไป ถ้าทำได้ไม่ดีตั้งแต่ต้น เพดานคะแนนของคุณจะถูกบีบลงทันที ซึ่งข้อสอบชุดตายตัวไม่มีปัญหานี้ ข้อสอง Speaking ของ IELTS เป็นการสนทนาสด รูปแบบนี้ให้แต้มต่อกับคนที่พูดสะดุดแล้วดึงกลับมาได้ แต่กดคะแนนคนที่พออยู่ต่อหน้าคนแล้วนึกอะไรไม่ออก

ฝึกครบทั้ง 12 ประเภทคำถาม TOEFL ฟรี →

ข้อสอบไหนได้รับการยอมรับกว้างกว่ากัน

ทั้งสองตัวใช้สมัครเรียนได้แทบทุกที่ ดังนั้นสิ่งที่ควรเทียบไม่ใช่ตัวเลขรวม แต่เป็นด่านเฉพาะที่คุณต้องผ่าน

ในแง่ การรับเข้ามหาวิทยาลัย ETS ระบุว่าได้รับการยอมรับจาก "สถาบันกว่า 13,000 แห่ง" ใน "160 กว่าประเทศ" (ETS) ส่วน IELTS ระบุว่ามีเครือข่ายองค์กรมากกว่า 12,500 แห่ง (IELTS) ตัวเลขระดับนี้ต่างกันน้อยเกินกว่าจะมีความหมาย ให้เช็กหลักสูตรที่คุณสมัครโดยตรงดีกว่าดูตัวเลขรวมทั้งโลก

ในแง่ การเข้าเมืองและการขอวีซ่า ช่องว่างมีจริง IELTS ระบุว่าตัวเองเป็นข้อสอบภาษาอังกฤษตัวเดียวที่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองรายใหญ่ยอมรับครบทั้งสี่ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร กรณีสหราชอาณาจักรคือกรณีที่ผู้สอบเข้าใจผิดกันบ่อยที่สุด TOEFL iBT ไม่อยู่ในรายชื่อ Secure English Language Test ที่กระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักรรับรอง มหาวิทยาลัยที่นั่นจึงอาจรับคะแนน TOEFL ของคุณเพื่อพิจารณารับเข้าเรียน ทว่าขั้นตอนขอวีซ่ายังต้องใช้ SELT (ชื่อย่อของ Secure English Language Test) ที่ได้รับการรับรอง เช่น IELTS for UKVI, PTE Academic UKVI, LanguageCert หรือ Trinity ISE

ข้อควรระวัง: การรับเข้าเรียนกับการอนุมัติวีซ่าเป็นคนละเรื่องกัน และตัดสินโดยหน่วยงานคนละแห่ง จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรที่รับ TOEFL ไม่ได้แปลว่ากระทรวงมหาดไทยจะรับตาม เช็กให้ครบทั้งสองทางก่อนจองสอบ

ค่าสอบของแต่ละตัว

เรื่องค่าสอบพูดให้ตรงไปตรงมาได้ยากกว่าที่บทความส่วนใหญ่ยอมรับ เพราะไม่มีผู้จัดสอบรายไหนประกาศราคากลางเดียวทั้งโลก

IELTS ประกาศราคาแยกรายประเทศ ในอินเดีย IDP (หนึ่งในผู้จัดสอบ IELTS) ระบุค่าสอบ IELTS Academic ไว้ที่ 19,000 รูปี เท่ากันทั้งแบบกระดาษและแบบคอมพิวเตอร์ ส่วน IELTS for UKVI อยู่ที่ 19,250 รูปี และ IELTS Life Skills อยู่ที่ 18,000 รูปี (IDP IELTS India สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2026)

ETS ไม่ได้ประกาศตารางที่เทียบกันได้แบบนั้น หน้าค่าธรรมเนียมของ ETS จะโชว์ค่าลงทะเบียนก็ต่อเมื่อคุณเลือกสถานที่สอบแล้ว นี่คือเหตุผลที่เว็บภายนอกอ้างตัวเลขสำหรับสหรัฐอเมริกากันกว้าง ตั้งแต่ราว 200 ถึง 270 ดอลลาร์สหรัฐ เราจะไม่พูดซ้ำตัวเลขที่ตรวจสอบจากต้นทางไม่ได้ ก่อนตั้งงบ ให้เช็กราคาของประเทศคุณบนเว็บลงทะเบียนของ ETS เอง

ค่าธรรมเนียมเสริมที่ ETS ประกาศไว้เป็นสิ่งที่ควรรู้ เพราะค่าใช้จ่ายจริงมักโผล่มาตอนที่แผนเปลี่ยน

บริการค่าธรรมเนียม
เลื่อนวันสอบ69 ดอลลาร์สหรัฐ
ลงทะเบียนแบบด่วน (ภายใน 7 วัน)49 ดอลลาร์สหรัฐ
ส่งผลสอบเพิ่ม ต่อหนึ่งสถาบัน29 ดอลลาร์สหรัฐ
ขอตรวจทานพาร์ต Speaking หรือ Writing80 ดอลลาร์สหรัฐ
ขอตรวจทานพาร์ต Speaking และ Writing160 ดอลลาร์สหรัฐ
ตรวจให้คะแนนแบบด่วน129 ดอลลาร์สหรัฐ

แหล่งข้อมูล: ETS, TOEFL iBT Test Registration Fee สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2026 ราคายังไม่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องนอกสหภาพยุโรป

ส่งผลสอบเพิ่มแห่งละ 29 ดอลลาร์ พอบวกกันหลายแห่งก็ขึ้นเร็วมาก ข้อสอบทั้งสองตัวเปิดให้ระบุรายชื่อผู้รับผลได้ตั้งแต่ตอนลงทะเบียน จึงควรเคาะรายชื่อสถาบันให้จบก่อนวันสอบ ไม่ใช่ค่อยมาคิดทีหลัง

ผลสอบใช้ได้นานแค่ไหน

คะแนน TOEFL ถูกรายงานเป็นเวลาสองปีนับจากวันสอบ พ้นจากนั้น ETS จะไม่ส่งให้อีก ผลสอบ IELTS ก็ถือกันตามธรรมเนียมว่ามีอายุสองปีเช่นกัน แต่คนกำหนดกฎจริง ๆ คือสถาบันผู้รับ บางแห่งรับผลที่เก่ากว่านั้นได้ถ้ามีหลักฐานประกอบ

ช่วงเปลี่ยนผ่านปี 2026 เพิ่มรายละเอียดเฉพาะของ TOEFL เข้ามาอีกข้อ คะแนนที่คุณได้ในช่วงต้นของการเปลี่ยนผ่านจะมาพร้อม band ระดับ CEFR และตัวเลขเทียบเคียงแบบ 0-120 ครบ แต่ถ้าส่งคะแนนชุดเดียวกันนั้นหลังจากหน้าต่างสองปีปิดลง ซึ่งเมื่อคำนวณจากกำหนดเวลาที่ ETS ระบุไว้จะตกราวต้นปี 2028 สถาบันอาจเห็นแค่ band อย่างเดียว ใครที่วางแผนสมัครข้ามหลายรอบรับสมัคร ควรเก็บสำเนาใบรายงานผลฉบับเต็มไว้

ข้อสอบไหนดีกว่าสำหรับยุโรป

สำหรับการสมัครเรียนในยุโรป การปรับโฉมปี 2026 ทำให้ TOEFL ได้เปรียบเชิงโครงสร้างอยู่นิดหนึ่ง เพราะใบรายงานผลระบุระดับ CEFR มาให้ตรง ๆ และสเกล band ก็ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับ CEFR ตั้งแต่แรก ขณะที่สถาบันและนายจ้างในยุโรปมักกำหนดเกณฑ์เป็นระดับ CEFR โดยทั่วไปคือ B2 สำหรับปริญญาตรี และ C1 สำหรับปริญญาโทขึ้นไปหรือการขึ้นทะเบียนวิชาชีพ

การเทียบตรงนี้จึงลงล็อกพอดี TOEFL band 4 และ 4.5 อยู่ในระดับ B2 ส่วน band 5 และ 5.5 อยู่ในระดับ C1 และ band 6 คือ C2 (ETS) ขณะที่ band ของ IELTS ต้องผ่านการแปลงอีกขั้นกว่าจะไปถึง CEFR ซึ่งเปิดช่องให้คุณกับฝ่ายรับสมัครตีความไม่ตรงกัน

ข้อได้เปรียบนี้เป็นเรื่องเอกสาร ไม่ใช่เรื่องวิชาการ ถ้าประเทศเป้าหมายมีช่องทางเข้าเมืองที่กำหนดรายชื่อข้อสอบที่รับรองไว้เอง รายชื่อนั้นมีน้ำหนักเหนือความสะดวกของป้าย CEFR

ตัดสินใจให้จบใน 5 นาที

ไล่ตามลำดับนี้ แล้วหยุดที่ข้อแรกที่ตรงกับคุณ

  1. เส้นทางของคุณต้องใช้ข้อสอบที่ได้รับการรับรองสำหรับวีซ่าหรือเปล่า ถ้าปลายทางคือสหราชอาณาจักรและคุณต้องขอวีซ่านักเรียนหรือวีซ่าแรงงานทักษะ ให้สอบ IELTS for UKVI หรือ SELT ตัวอื่นที่ได้รับการรับรอง จบตรงนี้ได้เลย
  2. หลักสูตรที่คุณสมัครระบุข้อสอบไว้แค่ตัวเดียวหรือไม่ ถ้าใช่ ก็สอบตัวนั้น อย่าไปพึ่งตารางแปลงคะแนนถ้าสถาบันไม่ได้เปิดช่องให้ใช้
  3. คุณอยากมีสิทธิ์สอบซ่อมเฉพาะพาร์ตไหม มีแค่ IELTS ที่ให้ และให้เฉพาะแบบสอบผ่านคอมพิวเตอร์
  4. คุณพูดกับคนได้ดีกว่า หรือพูดใส่ไมโครโฟนได้ดีกว่า นี่คือความต่างที่ผู้สอบประเมินต่ำเกินไปบ่อยที่สุด
  5. คุณคุมสมาธิได้เกือบสามชั่วโมงหรือเปล่า ถ้าไม่ไหว เวลา 90 นาทีของ TOEFL คือตัวเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า

ถ้าห้าข้อนี้ยังแยกสองตัวออกจากกันไม่ได้ ให้ลองทำข้อสอบจับเวลาอย่างละหนึ่งพาร์ต แล้วเทียบว่ารู้สึกอย่างไร ไม่ใช่ดูแค่คะแนน ความรู้สึกว่ารูปแบบข้อสอบเข้ากับตัวเองแค่ไหน ทำนายผลในวันสอบจริงได้แม่นกว่าคะแนนจากแบบทดสอบวัดระดับ

คำถามที่พบบ่อย

IELTS 7 เท่ากับ TOEFL band เท่าไหร่

เท่ากับ band 5 ETS เทียบ IELTS 7.0 กับคะแนนรวมของ TOEFL ที่ band 5 บนสเกลที่ใช้กับการสอบตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2026 เป็นต้นไป (ETS) ส่วนบนสเกล 0-120 ที่เลิกใช้แล้ว IELTS 7.0 ตรงกับราว 94-101 นี่คือเหตุผลที่บทความเก่า ๆ ยังอ้างช่วงคะแนนนั้นอยู่

ปี 2026 TOEFL ง่ายกว่า IELTS ไหม

ขึ้นอยู่กับตัวผู้สอบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวข้อสอบ TOEFL ปี 2026 ตัดโจทย์แบบ integrated ออก และใช้เวลาราว 90 นาที ซึ่งช่วยคนที่หลุดสมาธิเมื่อนั่งสอบนาน ๆ ส่วน IELTS ยังคงสัมภาษณ์ Speaking แบบสด และเปิดให้สอบซ่อมเฉพาะพาร์ต ซึ่งช่วยคนที่ทำได้ดีกว่าเมื่อคุยกับกรรมการที่เป็นคนจริง ๆ หรือคนที่อยากซ่อมทักษะที่อ่อนเพียงด้านเดียว

ใช้คะแนน TOEFL ยื่นขอวีซ่าสหราชอาณาจักรได้ไหม

ไม่ได้ TOEFL iBT ไม่อยู่ในรายชื่อ Secure English Language Test ที่กระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักรรับรอง มหาวิทยาลัยที่นั่นอาจยังรับ TOEFL เพื่อพิจารณารับเข้าเรียน แต่ตัวใบสมัครวีซ่าต้องใช้ SELT ที่ได้รับการรับรอง เช่น IELTS for UKVI, PTE Academic UKVI, LanguageCert Academic SELT หรือ Trinity ISE

มหาวิทยาลัยระบุเกณฑ์ TOEFL ไว้ที่ 100 ตอนนี้ต้องได้ band เท่าไหร่

ต้องได้ band 5 ETS ระบุว่า band score เท่ากับ 5 "น่าจะใช้ได้ดีกับสถาบันที่เคยกำหนดคะแนนรวมไว้ที่ 100" โดย 90 ตรงกับ band 4.5 และ 80 ตรงกับ band 4 (ETS) ถ้าเกณฑ์ของคุณอยู่ก้ำกึ่ง ให้สอบถามฝ่ายรับสมัครเพื่อยืนยัน อย่าเดาเอาจากตารางแปลงคะแนน

ข้อสอบไหนรู้ผลเร็วกว่ากัน

TOEFL เร็วกว่าเล็กน้อย ETS โฆษณาว่ารู้ผล "เร็วสุดภายใน 3 วัน" (ETS) ส่วน IELTS แบบคอมพิวเตอร์รู้ผลภายใน 3 ถึง 5 วัน (IELTS) ขณะที่ IELTS แบบกระดาษใช้เวลานานกว่านั้นมาก ถ้าเดดไลน์ของคุณกระชั้น ให้เลือกแบบคอมพิวเตอร์

อ่านคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TOEFL ฉบับเต็ม →

ก้าวต่อไป

การเลือกระหว่าง TOEFL กับ IELTS ในปี 2026 สรุปลงที่การเช็กสามข้อ หนึ่ง เส้นทางของคุณต้องใช้ข้อสอบที่ได้รับการรับรองสำหรับวีซ่าหรือไม่ สอง สถาบันเป้าหมายระบุอะไรไว้จริง ๆ สาม รูปแบบข้อสอบไหนเข้ากับวิธีที่คุณทำงานภายใต้แรงกดดันเรื่องเวลา ที่เหลือทั้งหมด รวมถึงการแปลงคะแนน เป็นงานเอกสารที่เปิดดูเอาได้

ถ้า TOEFL คือคำตอบ วิธีที่เร็วที่สุดในการรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนคือทำข้อสอบจับเวลาหนึ่งพาร์ตในสภาพจริง เริ่มจาก Speaking เพราะรูปแบบสัมภาษณ์แบบบันทึกเสียงคือสิ่งที่ทำให้คนที่คุ้นกับแนวคิดแบบ IELTS ตกใจมากที่สุด

ลองทำคำถามสัมภาษณ์ TOEFL ฟรี →

Ready to Put This Knowledge Into Practice?

Reading about the TOEFL iBT 2026 is a great start — but the best way to improve your score is deliberate practice with real feedback. English Exam gives you everything you need to prepare effectively:

AI-Powered Scoring

Get instant, detailed feedback on your Speaking and Writing responses — scored by AI against official rubrics.

All 12 Question Types

Practice every Reading, Listening, Writing, and Speaking question type you'll face on exam day.

Real Exam Simulation

Take full-length mock tests with real timing, adaptive modules, and authentic question flow.

Progress Tracking

Monitor your accuracy across all question types. See exactly where to focus your study time.

Start Practicing Free5 free questions per type · No credit card required

Related Articles

เทคนิค TOEFL Listening ปี 2026: วิธีรับมือกับแต่ละประเภทงาน
10 สิงหาคม 2569·27 min read

เทคนิค TOEFL Listening ปี 2026: วิธีรับมือกับแต่ละประเภทงาน

พาร์ท TOEFL Listening ถูกปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมดในปี 2026 บทบรรยายยาวและบทสนทนาแบบเดิมถูกยกเลิกไปแล้ว มีโจทย์ 4 ประเภทที่สั้นกว่ามาแทน แต่ละประเภทมีความยาวและจำนวนคำถามที่แตกต่างกัน คู่มือนี้ให้กลยุทธ์เฉพาะและวิธีจดโน้ตสำหรับแต่ละประเภทโจทย์

Read more
ข้อสอบ TOEFL ฟรี 2026: แบบไหนตรงกับรูปแบบสอบจริง?
9 สิงหาคม 2569·24 min read

ข้อสอบ TOEFL ฟรี 2026: แบบไหนตรงกับรูปแบบสอบจริง?

ข้อสอบฝึก TOEFL ฟรีส่วนใหญ่บนอินเทอร์เน็ตสร้างจากรูปแบบก่อนปี 2026 มีเพียงไม่กี่แหล่งที่รวมโจทย์ประเภทใหม่ ระบบคะแนน 1-6 และ adaptive modules คู่มือนี้ประเมินทุกแหล่งฝึกสอบฟรีที่สำคัญ ทั้ง ETS, Magoosh, TOEFLMock และ TestGlider โดยให้คะแนนตามความถูกต้องของรูปแบบ ระบบคะแนน และความเข้ากันได้กับข้อสอบปี 2026

Read more
ผลสอบ TOEFL: จะออกเมื่อไหร่ ส่งอย่างไร และ MyBest ทำงานอย่างไร
9 สิงหาคม 2569·26 min read

ผลสอบ TOEFL: จะออกเมื่อไหร่ ส่งอย่างไร และ MyBest ทำงานอย่างไร

ผลสอบ TOEFL มักออกภายใน 6-10 วันหลังวันสอบ ETS มีระบบรายงานคะแนน 3 ระดับ แต่ละระดับมีค่าธรรมเนียมต่างกัน คะแนน MyBest รวมคะแนนสูงสุดของแต่ละพาร์ทจากหลายครั้งที่สอบ คู่มือนี้อธิบายชัดเจนว่ารายงานคะแนนฟรีเมื่อไหร่และต้องเสียเงินเมื่อไหร่

Read more