toefl

ตัวอย่างข้อสอบ TOEFL 2026: แนวข้อสอบครบทั้ง 12 รูปแบบพร้อมคำอธิบาย

17 สิงหาคม 256930 min readBy English Exam

Key Takeaways

  • TOEFL iBT 2026 มีข้อสอบ 12 รูปแบบกระจายอยู่ใน 4 พาร์ท ผู้สอบจำนวนมากไม่เคยเห็นว่าข้อสอบแต่ละรูปแบบหน้าตาเป็นอย่างไรจนกว่าจะถึงวันสอบจริง บทความนี้นำเสนอตัวอย่างข้อสอบต้นฉบับสำหรับทุกรูปแบบ พร้อมรายละเอียดเวลาที่กำหนด วิธีให้คะแนน และเทคนิคการทำข้อสอบ ข้อสอบ 3 รูปแบบจากทั้งหมดเป็นแบบใหม่ตั้งแต่กลางปี 2024 ได้แก่ Complete the Words, Listen and Repeat และ Build a Sentence
ตัวอย่างข้อสอบ TOEFL 2026: แนวข้อสอบครบทั้ง 12 รูปแบบพร้อมคำอธิบาย

ตัวอย่างข้อสอบ TOEFL (TOEFL sample questions) เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการทำความเข้าใจว่าข้อสอบ TOEFL iBT ปี 2026 ถามอะไรบ้าง ปัจจุบัน TOEFL iBT มีข้อสอบ 12 รูปแบบกระจายอยู่ใน 4 พาร์ท ได้แก่ Reading, Listening, Writing และ Speaking ข้อสอบ 3 รูปแบบจากทั้งหมด ได้แก่ Complete the Words, Listen and Repeat และ Build a Sentence เป็นรูปแบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงกลางปี 2024 และไม่มีอยู่ในแนวข้อสอบ TOEFL เก่าหรือหนังสือเตรียมสอบรุ่นก่อน แต่ละพาร์ทใช้วิธีให้คะแนนที่แตกต่างกัน และ 2 พาร์ท (Reading กับ Listening) จะปรับระดับความยาก (adaptive difficulty) ของโมดูลที่ 2 ตามผลคะแนนครึ่งแรกของคุณ

บทความนี้จะพาคุณดูตัวอย่างข้อสอบต้นฉบับสำหรับข้อสอบ TOEFL ทั้ง 12 รูปแบบ ตัวอย่างแต่ละข้อจะแสดงให้เห็นรูปแบบข้อสอบ ข้อจำกัดด้านเวลา วิธีให้คะแนน และเทคนิคการทำข้อสอบ หากต้องการอ่านกลยุทธ์เชิงลึกสำหรับแต่ละพาร์ท สามารถดูได้ที่คู่มือ Reading, Listening, Speaking และ Writing

สรุปประเด็นสำคัญ

  • TOEFL iBT 2026 ทดสอบข้อสอบ 12 รูปแบบ ใน 4 พาร์ท โดย 3 รูปแบบเป็นของใหม่ตั้งแต่กลางปี 2024
  • Reading และ Listening ใช้ โมดูลปรับระดับความยาก: คะแนนโมดูล 1 จะกำหนดว่าโมดูล 2 จะง่ายขึ้นหรือยากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อคะแนนแบนด์สูงสุดที่คุณจะได้รับ
  • แต่ละพาร์ทให้คะแนนแบบ Band Scale (ระดับคะแนนแบนด์) 1.0-6.0 เพิ่มทีละครึ่งคะแนน ซึ่งสอดคล้องกับระดับ CEFR
  • งาน Writing และ Speaking ใช้ AI ให้คะแนน ตามเกณฑ์รูบริก (scoring rubric) เช่น ความคล่องแคล่ว การจัดลำดับความคิด และการใช้ภาษา ไม่ใช่แค่ความถูกต้องเพียงอย่างเดียว
  • การฝึกซ้อมด้วยข้อสอบที่ตรงกับ รูปแบบปัจจุบัน เป็นสิ่งจำเป็น หากแนวข้อสอบ TOEFL ที่คุณใช้ไม่มี Build a Sentence หรือ Listen and Repeat แสดงว่าล้าสมัยแล้ว

ระบบคะแนน TOEFL ปี 2026 เป็นอย่างไร?

ก่อนที่จะดูแนวข้อสอบ TOEFL แต่ละรูปแบบ ควรทำความเข้าใจระบบคะแนนก่อน แต่ละพาร์ทจาก 4 พาร์ทจะได้รับคะแนนแบนด์ตั้งแต่ 1.0 ถึง 6.0 เพิ่มทีละครึ่งคะแนน คะแนน TOEFL รวมของคุณคือค่าเฉลี่ยของคะแนนแบนด์ทั้ง 4 พาร์ท ปัดเศษเป็น 0.5 ที่ใกล้ที่สุด

Reading และ Listening ใช้ระบบปรับระดับความยาก (adaptive module routing) คุณจะทำโมดูล 1 ก่อน หากได้คะแนนเกินเกณฑ์ (ตอบถูก 13 ข้อขึ้นไปใน Reading หรือ 12 ข้อขึ้นไปใน Listening) คุณจะถูกส่งไปทำโมดูล 2 ที่ยากขึ้น ซึ่งแต่ละข้อที่ตอบถูกจะได้ 1.5 คะแนนแทนที่จะเป็น 1 คะแนน หากได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ คุณจะได้โมดูล 2 ที่ง่ายกว่าซึ่งแต่ละข้อมีค่า 1 คะแนน และคะแนนแบนด์ของคุณจะถูกจำกัดสูงสุดที่ 4.0

Writing และ Speaking ไม่มีการปรับระดับความยาก Writing มีคะแนนดิบสูงสุด 20 คะแนน (10 คะแนนจาก Build a Sentence บวก 5 คะแนนจาก Email และ 5 คะแนนจาก Discussion) Speaking มีคะแนนดิบสูงสุด 55 คะแนนจากทั้งหมด 11 ข้อ ทั้งสองพาร์ทจะแปลงเป็น Band Scale 1.0-6.0 เหมือนกัน

สำหรับรายละเอียดระบบคะแนนและโครงสร้างข้อสอบทั้งหมด สามารถอ่านได้ที่คู่มือฉบับเต็ม

Complete the Words หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Reading | จำนวนข้อต่อชุด: 10 | คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน (ตรวจอัตโนมัติ) | เวลา: รวมอยู่ในโมดูล Reading (~25 นาทีทั้งหมด)

คุณจะเห็นบทความวิชาการ (academic passage) ที่มีคำ 10 คำถูกเว้นตัวอักษรบางส่วนไว้ หน้าที่ของคุณคือพิมพ์คำที่สมบูรณ์ตามบริบท นี่คือตัวอย่าง:

ตัวอย่างบทความ: "The process of phot__________ allows plants to convert sunlight into chemical energy. Carbon dioxide enters through small openings called sto____ on the underside of leaves."

คำตอบที่ถูกต้องคือ "photosynthesis" และ "stomata" คุณต้องสะกดให้ถูกต้อง ไม่มีตัวเลือกให้เลือก คุณต้องพิมพ์คำเองทั้งหมด

เทคนิค: อ่านประโยคทั้งก่อนและหลังช่องว่าง บริบทรอบข้างมักจะทำให้คำที่ต้องเติมชัดเจน หากคุณรู้จักคำนั้น เน้นฝึกคำศัพท์วิชาการในการเตรียมสอบ เพราะคำเหล่านี้มาจากตำราวิทยาศาสตร์และมนุษยศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คู่มือกลยุทธ์ Reading

ลองทำข้อสอบ Complete the Words ฟรี →

Read in Daily Life หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Reading | จำนวนข้อต่อชุด: 2-3 | คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน (ตรวจอัตโนมัติ) | เวลา: รวมอยู่ในโมดูล Reading

รูปแบบนี้ให้คุณอ่านข้อความใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เช่น ประกาศ อีเมล โฆษณา หรือแจ้งเตือน แล้วตอบคำถามความเข้าใจ แบ่งเป็น 2 รูปแบบย่อย: Notice (3 ข้อ) และ Mail (2 ข้อ)

ตัวอย่างประกาศ:

"Campus Library Holiday Hours — The main library will close at 5:00 PM on December 20 and remain closed through January 2. The digital resources portal will stay available during the closure. Study rooms cannot be reserved during this period. Regular hours resume January 3."

ตัวอย่างคำถาม: "A student needs to access a research database on December 28. What should they do?"

  • A) Visit the main library before 5 PM
  • B) Use the digital resources portal
  • C) Reserve a study room online
  • D) Wait until January 3

คำตอบที่ถูกต้อง: B ประกาศระบุว่าทรัพยากรดิจิทัลยังใช้ได้ในช่วงปิดทำการ

เทคนิค: อ่านข้อความทั้งหมดก่อนตอบคำถาม ข้อสอบรูปแบบนี้ทดสอบว่าคุณสามารถดึงรายละเอียดเฉพาะเจาะจงได้หรือไม่ คำตอบที่ผิดมักใช้คำจากข้อความแต่นำไปใส่ผิดสถานการณ์

ลองทำข้อสอบ Read in Daily Life ฟรี →

Read an Academic Passage หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Reading | จำนวนข้อต่อชุด: 5 | คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน (ตรวจอัตโนมัติ) | เวลา: รวมอยู่ในโมดูล Reading

คุณอ่านบทความวิชาการยาว 400-500 คำ แล้วตอบคำถามแบบเลือกตอบ 5 ข้อ หัวข้อมีตั้งแต่ชีววิทยา ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงสังคมศาสตร์

ตัวอย่างคำถาม (หลังจากบทความเรื่องปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง): "According to the passage, what is the primary reason that cities experience higher temperatures than surrounding rural areas?"

  • A) Cities receive more direct sunlight due to their latitude
  • B) Dark surfaces like asphalt absorb and re-emit more heat
  • C) Urban populations generate warmth through body heat
  • D) Tall buildings block cooling winds from reaching the ground

รูปแบบนี้เป็นแบบที่คุ้นเคยที่สุดสำหรับคนที่เคยเห็นข้อสอบ TOEFL รุ่นเก่า เป็นการทดสอบความเข้าใจในการอ่าน การอนุมาน และคำศัพท์ตามบริบท

เทคนิค: ตอบคำถามตามลำดับ โดยทั่วไปคำถามจะเรียงตามโครงสร้างของบทความ คำถามข้อ 1 เกี่ยวกับย่อหน้าแรก ๆ ส่วนข้อ 5 เกี่ยวกับย่อหน้าสุดท้าย ไม่ควรใช้เวลามากกว่า 2 นาทีต่อข้อ

ลองทำข้อสอบ Read an Academic Passage ฟรี →

Listen and Choose a Response หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Listening | จำนวนข้อต่อชุด: 1 | คะแนน: 1 คะแนน (ตรวจอัตโนมัติ) | เวลา: ประมาณ 30 วินาทีต่อข้อ

คุณจะฟังบทสนทนาสั้น ๆ ประมาณ 1-2 ประโยค แล้วเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดจากตัวเลือก 3 หรือ 4 ข้อ

ตัวอย่างบทพูด: "Professor: I noticed you haven't signed up for the field trip yet. The bus leaves at 7 AM on Saturday."

ตัวอย่างคำถาม: "What would be the best response?"

  • A) "I did not know there was a bus."
  • B) "Thanks for letting me know. I will register today."
  • C) "I already went on that trip last year."

คำตอบที่ถูกต้อง: B เป็นคำตอบที่ตอบสนองต่อคำขอโดยนัยของอาจารย์ที่ต้องการให้ลงทะเบียนโดยตรง

เทคนิค: ฟังเจตนาของผู้พูด ไม่ใช่แค่คำพูด คำตอบที่ถูกต้องมักจะรับรู้ประเด็นหลักและผลักดันบทสนทนาให้ดำเนินต่อไป

ลองทำข้อสอบ Listen and Choose a Response ฟรี →

Listen to a Conversation หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Listening | จำนวนข้อต่อชุด: 2 | คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน (ตรวจอัตโนมัติ) | เวลา: ฟังเสียงได้ครั้งเดียว จากนั้นมีเวลาประมาณ 1 นาทีสำหรับตอบคำถาม

คุณจะฟังบทสนทนาระหว่าง 2 คน โดยปกติจะเป็นนักศึกษากับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยหรืออาจารย์ หลังจากเสียงจบ คุณจะตอบคำถามความเข้าใจ 2 ข้อ

ตัวอย่างสถานการณ์: นักศึกษาไปที่สำนักทะเบียนเพื่อถามเรื่องการถอนรายวิชาหลังกำหนด เจ้าหน้าที่อธิบายนโยบายการถอนรายวิชาล่าช้าและบอกว่าต้องมีลายเซ็นอาจารย์ที่ปรึกษา

ตัวอย่างคำถาม: "What does the student need to do before dropping the course?"

  • A) Pay a late-drop fee
  • B) Get approval from their academic advisor
  • C) Submit a written explanation to the registrar
  • D) Complete all remaining assignments first

เทคนิค: จดบันทึกย่อขณะฟัง เน้นว่าผู้พูดแต่ละคนต้องการอะไร และมีเงื่อนไขหรือขั้นตอนอะไรบ้าง ในการสอบจำลอง (mock test) คุณไม่สามารถเปิดฟังซ้ำได้ ดังนั้นต้องจับประเด็นสำคัญตั้งแต่ครั้งแรก ดูเทคนิคเพิ่มเติมได้ที่คู่มือกลยุทธ์ Listening

ลองทำข้อสอบ Listen to a Conversation ฟรี →

Listen to an Announcement หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Listening | จำนวนข้อต่อชุด: 2 | คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน (ตรวจอัตโนมัติ) | เวลา: ฟังเสียงได้ครั้งเดียว จากนั้นมีเวลาประมาณ 1 นาทีสำหรับตอบคำถาม

คุณจะฟังประกาศสั้น ๆ เช่น ประกาศกิจกรรมในมหาวิทยาลัย การเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือข้อความบริการสาธารณะ แล้วตอบคำถาม 2 ข้อ

ตัวอย่างสถานการณ์: ประกาศจากฝ่ายบริการอาหารของมหาวิทยาลัยแจ้งว่าโรงอาหารจะเปลี่ยนมาใช้ระบบสั่งอาหารผ่านมือถือตั้งแต่เดือนหน้า นักศึกษาต้องดาวน์โหลดแอปและเชื่อมต่อแผนอาหารของตน

ตัวอย่างคำถาม: "What must students do before using the new ordering system?"

รูปแบบนี้ทดสอบความสามารถในการจับคำสั่งเฉพาะเจาะจงและกำหนดเวลาจากประกาศที่ได้ยิน

เทคนิค: ฟังจับสิ่งที่ต้องทำ: ทำอะไร เมื่อไหร่ และใครต้องทำ ประกาศแทบทุกครั้งจะมีวันที่ สถานที่ หรือข้อกำหนดเฉพาะอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่จะกลายเป็นคำถาม

ลองทำข้อสอบ Listen to an Announcement ฟรี →

Listen to an Academic Talk หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Listening | จำนวนข้อต่อชุด: 4 | คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน (ตรวจอัตโนมัติ) | เวลา: ฟังเสียงได้ครั้งเดียว จากนั้นมีเวลาประมาณ 2 นาทีสำหรับตอบคำถาม

นี่คือข้อสอบการฟังที่ยาวที่สุด คุณจะฟังบรรยายวิชาการยาว 3-4 นาทีในหัวข้อต่าง ๆ เช่น ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ศิลปะ หรือจิตวิทยา จากนั้นตอบ 4 คำถาม

ตัวอย่างสถานการณ์: อาจารย์ชีววิทยาอธิบายว่าปลาน้ำลึกบางชนิดสร้างแสงเองได้ผ่านกระบวนการเรืองแสงชีวภาพ (bioluminescence) บรรยายครอบคลุมปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง หน้าที่ 2 อย่างของการเรืองแสง (ล่อเหยื่อและสื่อสารกับคู่ผสมพันธุ์) และงานวิจัยล่าสุดที่พบหน้าที่อย่างที่สาม

ตัวอย่างคำถาม: "According to the professor, what are two purposes of bioluminescence mentioned in the lecture?" (เลือก 2 คำตอบ)

รูปแบบนี้ปรากฏเฉพาะในโมดูล 1 ของพาร์ท Listening เป็นการทดสอบความสามารถในการติดตามเหตุผลเชิงวิชาการที่ยาวและระบุรายละเอียดสนับสนุน

เทคนิค: จัดโครงสร้างบันทึกย่อตามประเด็นหลักของบรรยาย บรรยายวิชาการแทบทุกครั้งจะเป็นไปตามรูปแบบ: แนะนำหัวข้อ อธิบายกลไก ยกตัวอย่าง พูดถึงข้อจำกัดหรือข้อค้นพบใหม่ จดหนึ่งบรรทัดต่อประเด็นหลัก

ลองทำข้อสอบ Listen to an Academic Talk ฟรี →

Build a Sentence หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Writing | จำนวนข้อต่อชุด: 10 | คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน (ตรวจอัตโนมัติ) | เวลา: ประมาณ 10 นาทีสำหรับทั้ง 10 ข้อ

นี่คือหนึ่งในข้อสอบรูปแบบใหม่ 3 แบบของปี 2026 คุณจะเห็นกลุ่มคำ (วลี) ที่ต้องจัดเรียงให้เป็นประโยคที่ถูกหลักไวยากรณ์ คุณจะคลิกหรือลากกลุ่มคำเข้าสู่ลำดับที่ถูกต้อง

ตัวอย่างกลุ่มคำ: [ the research team ] [ published their findings ] [ after completing ] [ a three-year study ] [ on soil erosion ]

ลำดับที่ถูกต้อง: "After completing a three-year study on soil erosion, the research team published their findings."

การจัดเรียงแบบอื่นอาจได้รับการยอมรับเช่นกันหากได้ประโยคที่ถูกหลักไวยากรณ์ แต่โดยปกติจะมีคำตอบที่ต้องการเพียงหนึ่งคำตอบ

เทคนิค: มองหาอนุประโยคตาม (dependent clause) ก่อน วลีที่เริ่มต้นด้วย "after," "because," "although," หรือ "when" มักจะอยู่ตอนต้นหรือตอนท้ายของประโยค จากนั้นหาคู่ประธาน-กริยา ซึ่งเป็นแกนหลักของประโยค ดูกลยุทธ์ Writing เพิ่มเติมได้ที่คู่มือเทมเพลต Writing

ลองทำข้อสอบ Build a Sentence ฟรี →

Write an Email หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Writing | จำนวนข้อ: 1 | คะแนน: 0-5 (AI ให้คะแนนตามรูบริก) | เวลา: 10 นาที

คุณจะอ่านโจทย์ที่อธิบายสถานการณ์และขอให้คุณเขียนอีเมลประมาณ 100-150 คำ โจทย์จะระบุว่าคุณเขียนถึงใครและต้องสื่อสารเรื่องอะไร

ตัวอย่างโจทย์: "You recently moved into a new apartment near campus. Your neighbor plays loud music late at night, and it is affecting your sleep and study schedule. Write an email to your building manager explaining the situation and requesting a solution."

อีเมลของคุณจะถูกให้คะแนนตาม 3 เกณฑ์: ความชัดเจนในการอธิบายสถานการณ์ ความเหมาะสมของภาษาต่อผู้รับ และการจัดลำดับความคิดที่ดี

เทคนิค: ใช้เวลา 1 นาทีวางแผนก่อนเขียน ใช้โครงสร้างง่าย ๆ: คำทักทาย บอกปัญหา อธิบายผลกระทบ ร้องขอสิ่งที่ต้องการ ลงท้าย อยู่ในขอบเขตจำนวนคำ การเขียน 300 คำไม่ได้คะแนนมากกว่าการเขียน 130 คำที่จัดระบบดี

ลองทำข้อสอบ Write an Email ฟรี →

Write for an Academic Discussion หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Writing | จำนวนข้อ: 1 | คะแนน: 0-5 (AI ให้คะแนนตามรูบริก) | เวลา: 10 นาที

คุณจะเห็นหัวข้ออภิปรายจากอาจารย์และคำตอบของนักศึกษา 2 คน หน้าที่ของคุณคือร่วมอภิปรายด้วยคำตอบของตัวเองประมาณ 100-150 คำ

ตัวอย่างโจทย์: "Professor Chen: Urban green spaces have been shown to improve mental health. Some city planners argue that rooftop gardens on commercial buildings could supplement traditional parks. Do you think rooftop gardens are a practical solution for cities that lack park space?"

Student A เห็นว่าสวนบนดาดฟ้ามีค่าบำรุงรักษาสูงเกินไป Student B บอกว่าใช้ได้ดีในเมืองที่มีความหนาแน่นสูงเช่นสิงคโปร์

คำตอบของคุณควรเพิ่มประเด็นใหม่ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยพร้อมเหตุผล หรือต่อยอดสิ่งที่นักศึกษาคนอื่นพูดไว้ เกณฑ์การให้คะแนน AI จะประเมินความเกี่ยวข้องของคำตอบ คุณภาพของการให้เหตุผล และการใช้ภาษาเชิงวิชาการ

เทคนิค: อย่าเพียงแค่เห็นด้วยกับนักศึกษาคนใดคนหนึ่ง เพิ่มหลักฐานหรือมุมมองของตัวเอง คำตอบที่ดีอาจยอมรับประเด็นหนึ่ง ("While cost is a valid concern...") แล้วนำเสนอมุมมองใหม่ ดูเทมเพลต Writing สำหรับโครงสร้างคำตอบ

ลองทำข้อสอบ Write for an Academic Discussion ฟรี →

Listen and Repeat หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Speaking | จำนวนข้อ: 7 | คะแนน: ข้อละ 0-5 (AI ให้คะแนนตามรูบริก) | เวลา: ฟังประมาณ 15 วินาที ตอบประมาณ 15 วินาทีต่อข้อ

นี่คืออีกหนึ่งรูปแบบใหม่ของ TOEFL 2026 คุณจะฟังประโยคที่พูดด้วยความเร็วปกติ แล้วต้องพูดซ้ำให้ตรงที่สุด ประโยคมีตั้งแต่ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันไปจนถึงโครงสร้างวิชาการที่ซับซ้อน

ตัวอย่างบทพูด: "The committee voted to postpone the decision until more data becomes available."

จากนั้นคุณมีเวลาประมาณ 15 วินาทีในการพูดประโยคนั้นใส่ไมโครโฟน AI จะประเมิน 3 ด้าน: ความคล่องแคล่ว (fluency, การพูดลื่นไหลโดยไม่มีช่วงหยุดนาน), ความชัดเจน (intelligibility, การออกเสียงที่ชัด) และความแม่นยำในการพูดซ้ำ (repeat accuracy, คำที่คุณพูดตรงกับต้นฉบับมากแค่ไหน)

เทคนิค: อย่าพยายามจำทีละคำ ฟังจับโครงสร้างและความหมายโดยรวม ถ้าคุณเข้าใจประโยค คุณสามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้แม้จะพลาดคำไปบ้าง ฝึกด้วยประโยคที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ ดูแบบฝึกหัดเฉพาะได้ที่คู่มือเทมเพลต Speaking

ลองทำข้อสอบ Listen and Repeat ฟรี →

Take an Interview หน้าตาเป็นอย่างไร?

พาร์ท: Speaking | จำนวนข้อ: 4 | คะแนน: ข้อละ 0-5 (AI ให้คะแนนตามรูบริก) | เวลา: เตรียมตัว 15-30 วินาที, พูดตอบ 45-60 วินาทีต่อข้อ

คุณจะฟังคำถามแล้วต้องพูดตอบ คำถามจะถามความคิดเห็น คำอธิบาย หรือการบรรยายเกี่ยวกับหัวข้อในชีวิตประจำวันหรือวิชาการ

ตัวอย่างคำถาม: "Some universities require all students to take at least one science course, regardless of their major. Do you think this is a good policy? Explain why or why not."

คุณมีเวลา 15-30 วินาทีเตรียมตัว จากนั้น 45-60 วินาทีในการพูดตอบ เกณฑ์การให้คะแนน AI ประเมิน 4 ด้าน: ความคล่องแคล่ว ความชัดเจน การใช้ภาษา (ไวยากรณ์และคำศัพท์) และการจัดลำดับความคิด (โครงสร้างที่มีเหตุผล)

เทคนิค: ใช้เวลาเตรียมตัวร่างประเด็น 2-3 ข้อ อย่าเขียนสคริปต์เต็ม บอกจุดยืนของคุณในประโยคแรก ให้เหตุผล 1-2 ข้อพร้อมตัวอย่างสั้น ๆ แล้วสรุป การพูดให้เต็มเวลาที่กำหนดเป็นสิ่งสำคัญ คำตอบ 20 วินาทีจะได้คะแนนต่ำกว่าคำตอบ 50 วินาทีที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน

ลองทำข้อสอบ Take an Interview ฟรี →

วิธีฝึกซ้อมกับข้อสอบเหล่านี้

การรู้ว่าข้อสอบ TOEFL แต่ละรูปแบบหน้าตาเป็นอย่างไรเป็นขั้นตอนแรก ขั้นตอนที่สองคือฝึกซ้อมภายใต้เงื่อนไขที่สมจริง สิ่งที่สำคัญมีดังนี้:

ฝึกพร้อมจับเวลาแบบปรับระดับ ใน Reading และ Listening คุณจะเจอ 2 โมดูลต่อเนื่อง คะแนนโมดูล 1 กำหนดความยากของโมดูล 2 แบบทดสอบจำลองแบบเต็ม ที่จำลองระบบนี้จะให้การคาดการณ์คะแนนที่แม่นยำกว่าการฝึกข้อสอบแยกชิ้น

ใช้สเกลคะแนนปัจจุบัน เป้าหมายของคุณควรเป็นคะแนนแบนด์ (1.0-6.0) ไม่ใช่สเกลเก่า 0-30 ต่อพาร์ท หากแบบทดสอบฝึกซ้อมฟรี ยังรายงานคะแนนเต็ม 120 แสดงว่ารูปแบบข้อสอบอาจล้าสมัยเช่นกัน

อัดเสียงตัวเองสำหรับ Speaking ข้อสอบ Listen and Repeat และ Take an Interview ให้คะแนนโดย AI ด้านความคล่องแคล่ว ความชัดเจน และความแม่นยำ คุณไม่สามารถพัฒนาด้านเหล่านี้ได้หากไม่ฟังคำตอบของตัวเอง อัดเสียง ฟัง ระบุจุดที่ต้องปรับปรุง 1 จุด แล้วฝึกซ้ำ

จับเวลาการเขียน Write an Email และ Write for an Academic Discussion ให้เวลาอย่างละ 10 นาที ผู้สอบจำนวนมากทำไม่ทันเพราะใช้เวลาวางแผนนานเกินไป ฝึกเขียนคำตอบให้เสร็จภายใน 8 นาที เหลือ 2 นาทีสำหรับทบทวน

ตัวอย่างข้อสอบ TOEFL ในบทความนี้แสดงให้คุณเห็นรูปแบบ การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอด้วยรูปแบบที่ถูกต้องจะเปลี่ยนความคุ้นเคยให้กลายเป็นความพร้อม

Ready to Put This Knowledge Into Practice?

Reading about the TOEFL iBT 2026 is a great start — but the best way to improve your score is deliberate practice with real feedback. English Exam gives you everything you need to prepare effectively:

AI-Powered Scoring

Get instant, detailed feedback on your Speaking and Writing responses — scored by AI against official rubrics.

All 12 Question Types

Practice every Reading, Listening, Writing, and Speaking question type you'll face on exam day.

Real Exam Simulation

Take full-length mock tests with real timing, adaptive modules, and authentic question flow.

Progress Tracking

Monitor your accuracy across all question types. See exactly where to focus your study time.

Start Practicing Free5 free questions per type · No credit card required

Related Articles

TOEFL Home Edition: ข้อกำหนด ขั้นตอนเช็คอิน และสิ่งที่ทำให้ผลสอบถูกยกเลิก
18 สิงหาคม 2569·31 min read

TOEFL Home Edition: ข้อกำหนด ขั้นตอนเช็คอิน และสิ่งที่ทำให้ผลสอบถูกยกเลิก

TOEFL iBT Home Edition คือข้อสอบเดียวกับที่ศูนย์สอบ ใช้เกณฑ์คะแนนเดียวกัน แต่สอบจากห้องของตัวเองภายใต้การคุมสอบทางไกล (remote proctoring) ETS กำหนดสเปกคอมพิวเตอร์เฉพาะ ห้องที่โล่งและปิดประตู และอินเทอร์เน็ตที่เสถียร สาเหตุการยกเลิกคะแนนที่พบบ่อยที่สุดคือซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตทำงานอยู่เบื้องหลัง มีคนเดินเข้าห้อง หรือการพักระหว่างสอบ บทความนี้ครอบคลุมทุกข้อกำหนด ขั้นตอนเช็คอินทีละขั้น และข้อผิดพลาดที่ทำให้ผลสอบเป็นโมฆะ

Read more
ข้อสอบจำลอง TOEFL: วิธีจำลองสภาพสอบจริงและเพิ่มคะแนน
16 สิงหาคม 2569·27 min read

ข้อสอบจำลอง TOEFL: วิธีจำลองสภาพสอบจริงและเพิ่มคะแนน

การทำข้อสอบจำลอง TOEFL โดยไม่จำลองสภาพสอบจริงจะได้คะแนนที่ไม่น่าเชื่อถือ คู่มือนี้อธิบายวิธีจำลองสภาพสอบจริงที่บ้าน ความถี่ที่เหมาะสมในการทำข้อสอบจำลอง วิธีตีความคะแนนเทียบกับสอบจริง และขั้นตอนหลังสอบเพื่อเปลี่ยนผลลัพธ์เป็นแผนเรียนที่มีเป้าหมาย ข้อสอบจำลองส่วนใหญ่ไม่ได้จำลองระบบ adaptive module routing ซึ่งบทความนี้จะอธิบายว่าทำไมสิ่งนี้สำคัญและจะชดเชยข้อจำกัดนี้ได้อย่างไร

Read more
หนังสือ TOEFL ที่ดีที่สุดในปี 2026 คู่มือเลือกหนังสือแยกตามทักษะ
15 สิงหาคม 2569·26 min read

หนังสือ TOEFL ที่ดีที่สุดในปี 2026 คู่มือเลือกหนังสือแยกตามทักษะ

TOEFL iBT เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเดือนมกราคม 2026 หนังสือเตรียมสอบจำนวนมากยังคงใช้รูปแบบเก่าอยู่ คู่มือนี้ช่วยระบุว่าหนังสือ TOEFL เล่มไหนอัปเดตรองรับ adaptive modules (โมดูลปรับระดับ), band scoring (การให้คะแนนแบบแบนด์) 1-6 และ Writing section ที่ออกแบบใหม่แล้ว ครอบคลุมคำแนะนำแยกตามทักษะ ทางเลือกฟรี และเช็กลิสต์สำหรับตรวจสอบหนังสือก่อนซื้อ

Read more